kruso's profile K R U S ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
K R U S OMost Precious Moment at Watpaphukon |
|||||||||||||||||||
รายนามผู้ศรัทธาร่วมบุญเป็นเจ้าภาพสร้างฐานพระพุทธรูป
รายนามผู้ศรัทธาร่วมบุญเป็นเจ้าภาพสร้างฐานพระพุทธรูป ที่ประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" มีดังนี้ ฐานพระพุทธรูป เป็นภาพนูนต่ำหล่อทองแดง เป็นเรื่องราวของพระมหาปรินิพพานสูตร จำนวน 50 เมตร โดยมีผู้ศรัทธาร่วมบุญดังนี้คือ 1. คุณวิโรจน์ พิพัฒนไชยศิริ และโฮม วีดีโอ (1 เมตร) 2. คุณบุญพันธ์- คุณรจิต นุ่มวงศ์ (1 เมตร) 3. คณะสโมสรไลออนส์พระอานนท์ (1 เมตร) 4. สโมสรไลออนส์สว่างแดนดินและประชาชนฯ (1 เมตร) 5. คุณปรีดาวรรณ และครอบครัวรุจิกนกกาญจนา (1 เมตร) 6. คุณสุธรรม- คุณสมศักดิ์ ติยานนท์ (1 เมตร) 7. คุณยรรยงค์- คุณสุนทรี ธีระกนก (1 เมตร) 8. คุณประภาส- น.อ.หญิง เจดีย์ ชลศรานนท์ (1 เมตร)
9. สโมสรไลออนส์ศรีประจักษ์ อุดรธานี (1 เมตร) 10. คุณชาญชัย ลี้ถาวร และครอบครัว (1 เมตร)
11. คุณวินัย- คุณสมหมาย ติยานนท์ (1 เมตร) 12. คุณอุดมลักษณ์- คุณอุทุมพร-พ.ญ.อรอนงค์ ติยานนท์
13. ตระกูลคุณะรังสี และตระกูลกำเนิดกาญจน์ (1 เมตร) 14. คุณรังสรรค์- คุณทักษิณา รังษิณาภรณ์
15. คุณละมุด - คุณประไพร แซ่โฮง (1 เมตร) 16. มูลนิธิเพื่อทนุบำรุงศาลหลักเมืองจังหวัดอุดรธานี
17. นางวิภาดา จิตนันทกุล (1 เมตร) 18. คุณธีรชาติ - คุณมิตราภรณ์ วีรวรรณ (1 เมตร)
19. คุณสมโภชน์ วัลยะเสวี (1 เมตร) 20. คุณโอฬาร- คุณปิยวรรณ วีรวรรณและครอบครัว (1 เมตร)
21. คุณพ่อกมล เอี่ยมสกุลรัตน์ และครอบครัว (1 เมตร) 22. ตระกูลชาญณรงค์ (1 เมตร)
23. คุณธนโชค- คุณศิริลักษณ์ วีรวรรณ และครอบครัว (1 เมตร) 24. ดร.กมล สกลธนารัตน์ (1 เมตร)
25. คุณธนพิชญ์ ธัมมณัฏฐ์ (1 เมตร) 26. คุณกาญจนา, คุณธารา- คุณจันทวดี ชูจันทร์ (1 เมตร)
27. ดร.สมจิตร ศิริเสนา - พัชรวิชญ์ (1 เมตร) 28. คุณแม่ยุรา อมาตยกุล และครอบครัว (1 เมตร)
29. คุณถนอม-คุณสมหวัง สถิตธรรมนิตย์ และครอบครัว (1 เมตร)
กำหนดการพิธีเจริญพระพุทธมนต์จตุรทิศเฉลิมพระเกียรติ
งานพิธีเจริญพระพุทธมนต์จตุรทิศเฉลิมพระเกียรติ 5-6 ธ.ค. 52นามพระราชทาน "พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาว ปางปรินิพพาน"
ความหมายที่สำคัญของเสาอโศก
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างอนุสาวรีย์ถึงพระเจ้าอโศกมหาราช
อนุสติดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอให้ท่านทั้งหลายทราบไว้ว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา ขอให้ท่านทั้งหลายจงยังประโยชน์ตน และประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด บัดนี้สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว โลกก็พากันเศร้าสลดถึงพระองค์ พุทธศาสนิกชนทั่วหน้าพากันมองเห็นชัดว่า สังขารเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และมีความมรณะเป็นอวสาน เราพากันเสียดายว่ามิได้เกิดมาทันสมัยที่พระองค์อยู่ และในบางครั้งเราถึงกับปรารถนาที่จะเห็นพระองค์กลับมาใหม่ ความปรารถนานี้มีอยู่ในหัวใจคนเป็นอันมาก ตลอดถึงอาจารย์ผู้รจนาคัมภีร์ ซึ่งกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ได้ทรงนำมาแต่งเป็นพระปฐมสมโพธิ เป็นข้อความดังนี้ “พระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระโลกนาถอันประดิษฐานอยู่ในที่ต่างๆ นั้น เมื่อมิได้เครื่องสรรพปูชนียภัณฑ์แล้ว พระธรรมธาตุทั้งปวงก็เสด็จไปสู่ที่อันประกอบด้วยเครื่องสักการบูชา ถ้ามีบุคคลอยู่ในประเทศใดแล้ว ก็เสด็จไปสู่ประเทศนั้นด้วยกำลังอธิษฐานแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นกาลล่วงไป ที่ทั้งหลายทั้งปวงปราศจากเครื่องสักการบูชาแล้ว พระบรมธาตุก็จะมารวมกันเข้า แล้วเสด็จไปสู่มหาเจดีย์ในลังกาทวีป แล้วเสด็จไปสู่ราชาตนะเจดีย์ในนาคทวีป แล้วเสด็จไปสู่โพธิบัลลังก์ กระทำอาการเป็นพระพุทธรูปปรากฏเหมือนอย่างองค์พระศรีสุคต ประดิษฐานเหนือบัลลังก์ใต้ควงไม้ศรีมหาโพธิ์ ทรงพระรัศมีสีสันพรรณโอภาส เมื่อพระธาตุประชุมกันครั้งนั้นมนุษย์ทั้งหลายจะได้เห็นก็หามิได้ ฝูงเทพยดาทั้งหลายในหมื่นจักรวาลจะพากันมาประชุมพร้อมกัน ในลำดับนั้นก็จะเกิดมีไฟเผาผลาญสังขารพระบรมธาตุให้ย่อยยับจนไม่มีเหลือ” ถ้อยคำนี้ไม่ใช่คำของพระพุทธเจ้า ต้องเป็นคำของนักปราชญ์ชาวลังกาเขียนไว้ด้วยความเชื่อหรือ “มโนคติ” คิดพยากรณ์การณ์ล่วงหน้าว่าจะเป็นดังนั้น ถ้าหากเป็นความอธิษฐานของพระพุทธเจ้าแล้ว เรื่องที่ว่า “พระบรมธาตุทั้งหลายจะมาประดิษฐานรวมกันเข้าเป็นองค์นั้น” ก็จะต้องเป็นเรื่องจริง เพราะ“ความอธิษฐานก่อนในเวลาดับจิต”เป็นสิ่งที่มีอำนาจมาก โดยเฉพาะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ด้วยเหตุที่จะเกิดความย่อยยับของพระพุทธศาสนา พวกเราชาวพุทธบริษัท ๔ ควรอย่างยิ่งที่จะเคารพสักการะ และสร้างเครื่องสรรพปูชนียภัณฑ์ ประกอบเป็นเครื่องสักการบูชาอันสูงค่ายิ่ง ที่จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอันจะเสด็จมาทุกสารทิศ เพื่อได้รับการบูชาสรรเสริญในการปฏิบัติบูชา บำเพ็ญบูชา ด้วยการน้อมถึงองค์คุณพระศรีพระรัตนตรัย ค้ำจุนประเทศชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ และแก่ชีวิตทุกชีวิต ทุกจิตวิญญาณ เสริมผู้ปฏิบัติอยู่ให้ยิ่งๆ ขึ้น เพื่อคุณนั้นจะประดับไว้ในโลกา ณ ที่นี้อีกแห่งหนึ่งตราบนานเท่านาน
รายละเอียดเทพช่องแสงกระจก 621. 1. พระพิราพองค์นี้เป็นปางที่ดุร้ายของพระอิศวร หรือ พระอิศวรภาคดำ 2. ชื่อ พิราพ นี้ไปพ้องกับชื่อ วิราวณะ ของฮินดู อันเป็นเทพเจ้าแห่งการฟ้อนรำ 3. ชื่อ พิราพ อันเป็นนามเทพเจ้าแห่งคุณงามความดี 22. อ่านบทเพลงยาวไหว้ครู ก็ทำให้เข้าใจได้เลยว่าเหตุใดที่ศิลปินดนตรียอมรับนับถือ พระปัญจสิขรเป็นครูเทพทางดนตรีเป็นครูแห่งเครื่องสายมโหรี มีหน้าที่บรรเลงดนตรี ขับร้อง และฟ้อนรำบำเรอเทพเจ้าและเทพนิกร จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าแห่งเครื่องดนตรีทั้งปวง มีความสามารถในเชิงดีดพิณ และขับลำนำเป็นเลิศ จนเป็นที่โปรดปรานของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ถึงกับทรงอนุญาตให้เฝ้าได้ทุกเวลา กำเนิดของพระปัญจสิขร ทางพุทธศาสนากล่าวว่าเทพเจ้าองค์นี้เดิมเคยเป็นมนุษย์ เป็นเด็กเลี้ยงโคไว้ผม ๕ แหยม เป็นผู้ที่มีใจเลื่อมใสศรัทธาในทางกุศล สร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ เมื่อตาย (เสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่ม) จึงเกิดเป็นเทพบุตรในชั้นจาตุมหาราชิกา มีชื่อว่า "ปัญจสิขคนธัพเทพบุตร" พระเกตุ ตามคติของฮินดูหรือพราหมณ์ คือ ส่วนหางของพระราหู เรียกว่า หางมังกร ที่ถูกตัดขาดจากลำตัวของพระราหู แต่เพราะพระราหูลักลอบดื่มน้ำอมฤตคราวเทวดากวนเกษียรสมุทร พระราหูจึงไม่ตาย กายท่อนบนยังคงลอยไปกลางนภากาศ คอยจับอาทิตย์กับจันทร์ นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ส่วนหางของพระราหู คือ พระเกตุนั้นเมื่อถูกตัดขาดออกจากกัน จากเดิมที่เป็นเทพองค์เดียวกัน ก็เกิดการอุบัติของเทพองค์ใหม่ กลายเป็นสององค์ หรือดาวพี่ดาวน้อง ดาวคู่แฝดกัน เมื่อพระราหูถูกตัดออกเป็นสองท่อนแล้ว ด้วยอำนาจบุญฤทธิ์ของเทวดาที่มีกายเป็นโอปปาติกะ คือ เป็นกายทิพย์ที่ละเอียดเกิดขึ้นทันทีทันใด ดังนั้น กายท่อนล่างที่ถูกตัดขาดไปนั้นก็งอกเงยขึ้นมาใหม่ แต่แทนที่จะกลายเป็นหางมังกรเหมือนเดิม กลับกลายเป็นเท้าสองข้างเหมือนเทพทั่วไป มีสีวรกายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงสุบรรณ (ครุฑ) เป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ในหนังสือประเพณีพิธีมงคลของไทย ได้กล่าวถึงพระเกตุเทวราชว่า “ทรงซึ่งทิพยสุวรรณอาภรณ์วิภูษิต ทรงพระยามังกรเรืองฤทธิ์เป็นพาหนะ พร้อมด้วยเทพยสุราฤทธิ์เรืองเดชแวดล้อมเป็นบริวาร สถิตในสถานปัจฉิมทิศ” แปลง่าย ๆ ก็คือ มีกายเป็นสีทองคำสุกอร่าม มีพระยามังกรเป็นพาหนะ เป็นเทวดาพระเคราะห์อยู่ประจำทิศปัจฉิม รายละเอียดของเทพช่องแสงกระจก 5ความเป็นมาของพระราหู 2 ตำนานคือ
ลักษณะของพระราหู ในอดีตชาติ พระราหูได้เกิดมาเป็นน้องร่วมท้องเดียวกันกับเทวดานพเคราะห์อีก ๒ องค์ คือ พระอาทิตย์ และพระจันทร์ โดยพระราหูเกิดเป็นน้องสุดท้อง ครั้งหนึ่งพระราหูได้ร่วมทำบุญถวายพระที่มารับบิณฑบาตร่วมกับพี่ทั้ง ๒คน พระอาทิตย์ตักบาตรในครั้งนั้นด้วยภาชนะทอง พระจันทร์ตักบาตรด้วยภาชนะเงิน ส่วนพระราหูตักบาตรด้วยภาชนะที่ทำมาจากกะลามะพร้าว เมื่อทั้ง ๓ พี่น้องได้มาเกิดเป็นเทวดานพเคราะห์ พระอาทิตย์จึงมีรัศมีและวรรณะเปล่งปลั่งดุจทองคำ พระจันทร์มีรัศมีและวรรณะเป็นสีขาวสว่างดุจเงิน และพระราหูมีรัศมีและวรรณะเป็นสีนิลออกไปทางทองแดง (แต่ในบางตำราก็ว่ากายของพระราหูนั้นมีสีดำบ้าง สีทองบ้าง แตกต่างกันไป) สาเหตุที่พระราหูมีกายเพียงครึ่งท่อน มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่เหล่าเทวดาได้ทำพิธีกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอัมฤตนั้น มีทั้งเทวดาและยักษ์ทั้งหลายเข้าร่วมทำพิธี พระราหูได้แปลงตัวให้เป็นเทวะองค์หนึ่งแอบอยู่ในกลีบเมฆ เมื่อทำพิธีสำเร็จพระราหูจึงรีบลอบดื่มน้ำอมฤตที่เกิดขึ้นนั้น พระอาทิตย์และพระจันทร์ได้เห็นเข้าจึงรีบเอาความนั้นไปทูลบอกพระนารายณ์หรือพระวิษณุ พระนารายณ์ทราบจึงขว้างจักรตัดไปถูกกลางตัวพระราหูขาดกลายเป็นสองท่อน แต่ด้วยว่าน้ำอัมอมฤตที่พระราหูได้ดื่มนั้นไหลไปจนถึงกลางตัวแล้วพอดี ครึ่งบนของพระราหูที่ถูกตัดออกจึงกลายเป็นอมตะและยังมีฤทธิ์สูงเท่าเทียมกับเหล่าเทวดาทั้งหลาย แต่ก็ยังสามารถล่องลอยไปมาอยู่ในชั้นสรวงสวรรค์ได้ ส่วนครึ่งร่างนั้นได้กลายมาเป็นพระเคราะห์องค์ที่ ๙ แห่งเหล่าเทวดานพเคราะห์ คือ พระเกตุ ซึ่งได้มีรูปลักษณ์เป็นผีพุ่งใต้หรือดาวหาง 19. เทวดานายช่างใหญ่ของพระอินทร์ เป็นเจ้าแห่งช่างทุกช่าง ไม่ว่าจะเป็น ปั้น หล่อ ก่อสร้าง ตามตำนานกล่าวว่า เป็นผู้สร้างเครื่องมือ สิ่งของต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น และเป็นแบบอย่างให้กับมนุษย์สืบมา ลักษณะของพระวิศวกรรมมีพระวรกายสีเขียว มี ๑ พักตร์ ๒ กร ทรงมงกุฎยอดน้ำเต้าหรือหัวโล้น (หรือโผกผ้า) เขียนลายดอกไม้ทอง ถือขนนกยูง มือถือผึ่ง(จอบ) และดิ่ง (เครื่องวัดระดับของช่าง) ช่างไทยแขนงต่าง ๆ ให้ความเคารพบูชาพระวิศวกรรมในฐานะครูช่าง หรือเทพแห่งวิศวกรรม มักพบเห็นรูปจำลอง โดยนิยมสร้างอยู่สองท่า คือ ท่าประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ข้างหนึ่งถือ ผึ่ง (จอบสำหรับขุดไม้) และอีกข้างถือ ดิ่ง และท่าประทับยืนมือขวาถือไม้เมตรหรือไม้วา มือซ้ายถือลูกดิ่งและไม้ฉาก ท่ายืนมือถือลูกดิ่งและไม้เมตรหรือไม้วาอันเป็นเครื่องมือสำหรับวัดระยะ วัดความเที่ยงตรง แต่สิ่งที่นอกเหนือไปจากนั้นยังแฝงไปด้วยปรัชญาในการดำเนินชีวิต คือความแม่นยำ เที่ยงตรง ไม่เอนเอียงในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นที่มาของช่างที่ดี คือความมีคุณธรรมประจำใจ ในพระไตรปิฎก(อรรถกถา) กล่าวว่า ท่านเป็นผู้สร้างอาศรมให้แก่พระโพธิสัตว์หลายพระองค์(ก่อนที่จะอุบัติเป็นพระพุทธเจ้า) เช่นในพระเวสสันดรชาดก เป็นผู้สร้างบันไดเงิน บันไดทอง บันไดแก้ว ทอดจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมายังโลกมนุษย์ที่เมืองสังกัสสนคร ซึ่งเป็นเส้นทางที่พระพุทธเจ้าใช้เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (หลังจากเสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ในช่วงเข้าพรรษา) นอกจากจะเป็นสถาปนิกและเป็นวิศวกรด้านโยธาและสำรวจ ดังจะเห็นได้จากผลงาน ๒ ประการที่ว่านี้แล้ว พระวิศวกรรมายังเป็นวิศวกรเครื่องกลอีกด้วย กล่าวคือ ท่านเป็นผู้สร้างวาฬสังฆาตยนต์ ซึ่งเป็นกงล้อหมุนรอบองค์พระสถูป ปกปักรักษาป้องกันมิให้บุคคลเข้าใกล้พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่พระเจ้าอชาตศัตรูได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุหลังพุทธปรินิพพานและอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในองค์พระสถูปที่ว่านี้ รายละเอียดของเทพช่องแสงกระจก 4 ธาตุน้ำ คือ เทพแห่งวาจา วาทศิลป์ การสื่อสาร การค้าพาณิชย์ เป็นเทพบุตรนักปราชญ์เฉลียวฉลาด ความเป็นมาของ พระพุธ มี 2 ตำนานคือ
ธาตุดิน คือ เทพแห่งสรรพศาสตร์ความรู้บรมครู ความเมตตากรุณาปรานี มีญาณทัศนะกว้างไกล มีปัญญาอันบริสุทธิ์ จัดว่าเป็นครูอาจารย์ของเทวดาทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี ความเป็นมาของ พระพฤหัสบดี มี 2 ตำนานคือ 2. พระศิวะได้ทรงสร้างจากพระฤาษีทั้งหมด 19 ตน โดยร่ายมนตร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ห่อด้วยผ้าสีส้มแล้วประพรมด้วยน้ำอมฤตจนกำเนิดขึ้นมา
ธาตุน้ำ คือ เทพแห่งโภคทรัพย์ ความอุดมสมบูรณ์และความรัก ความสุขและความสงบ เจ้าสำราญ มีเสน่ห์ ชวนหลงไหล จัดเป็นครูของพวกยักษ์ ซึ่งตรงข้ามกับพระพฤหัสบดีที่เป็นครูของเทพ ด้วยความดีที่มีทำให้ได้รับหน้าที่ดูแลเขาพระสุเมรุทางทิศอุดร และยังเป็นปุโรหิตประจำเท้าพลีอีกด้วย ธาตุไฟ คือ เทพเจ้าแห่งความสุขุมน่าเกรงขาม ความเป็นมาของพระเสาร์ มี 2 ตำนานคือ
|
Sangtong korntongwrote:
Oct. 30
Sangtong korntongwrote:
Oct. 28
samakietwrote:
ออนุญาต ทั้งๆที่ได้ทำไปแล้ว ในกระทู้นี้..
Oct. 9
RUNGNAPAwrote:
คะหนูขออนุญาติถามป้ญหาสักเล็กน้อยนะคะ
ว่า ทุกข์ของพระอรหันต์ท่าน คืออะไร
Oct. 4
Sangtong korntongwrote:
Sept. 15
Sangtong korntongwrote:
Sept. 14
ChitTey Machiparpuwrote:
![]()
Aug. 26
RUNGNAPAwrote:
ช่วงนี้สอบ จิตใจอ่อนแอ คิดถึงวัด คิดถึงคุณย่า คิดถึงป้าๆ
Aug. 25
RUNGNAPAwrote:
คิดถึงค่ะ
Aug. 21
Sangtong korntongwrote:
Aug. 15
ChitTey Machiparpuwrote:
![]()
July 17
Sangtong korntongwrote:
Hello my sweet friend thank you for your friendship .happy on your day . I am thinking of you. kisses from my heart to your heart your Sangtong Thailand
![]()
June 4
nopparatwrote:
ขอบคุณนะค๊ะครูโศที่ให้ความกรุณาช่วยดูแล space ของวัดป่าเพิ่มบุญด้วย สำหรับตัวพี่เองทำได้แค่ขอให้คุณกรช่วย เพราะพี่มันแย่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นเลยนะ และถ้าครูโศว่างวันที่ 6-7 มิ.ย. เชิญร่วมทำบุญที่วัดป่าเพิ่มบุญนะค๊ะ พี่และคณะ.....จะดูแลอย่างดีที่สุดเลยค่ะ
June 2
JM III Muellerwrote:
May 30
thaibuddhist 2008wrote:
หวัดดีครับพี่โศ สบายดีนะครับ เอาบุญมาฝากด้วยเมื่อวันวิสาขบูชา ได้สร้า้งสมเด็จพระพุทธเจ้าองค์ปฐม สุขภาพแข็งแรงนะครับ
May 16
Strange Loop Poowrote:
เกิดเดือนนี้เหมือนกันเหรอครับ
ขอบคุณสำหรับคำอวยพร...
May 5
Geli-Joergwrote:
Apr. 22
nopparatwrote:
วันนี้ทำงานเสร็จเร็ว แวะมาเยี่ยมคุณโศ เราไม่ได้คุยกันนานแล้วนะค๊ะ อย่าลืมดูแลสเปซของวัดป่าเพิ่มบุญด้วยน้า
ช่วงนี้งานที่ทำงานเยอะมากมาก เสร็จงานแล้วจะมากราบพระที่วัดป่าภูก้อน แล้วคุณโศพาไปเที่ยวน้ำตกด้วยนะ
Apr. 9
trimurati Real_Ohmwrote:
Mar. 11
Kobphong Sinanukhrawhwrote:
ตั้งสติ ภาวนา ทำสมาธิ จนสบายใจ แล้วกลับมาแช๊ทนะครับ
![]()
Mar. 3
|
||||||||||||||||||
|
|